ชงมัทฉะลาเต้ ด้วยครีมเทียมให้ไม่เสียรสชาติ

Share on facebook
Share on twitter
ชงมัทฉะลาเต้ ด้วยครีมเทียมแบบไหน เสียรสชาติน้อยที่สุด

การดื่มชาเขียวเพียวๆไม่ผสมนม น้ำตาล เป็นการดื่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุด แต่สำหรับบางคนการดื่มแบบเพียวๆ อาจจะรสชาติไม่ถูกปากนัก จึงใส่นมลงไปเพื่อเพิ่มความกลมกล่อมมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าการดื่มชาเขียวใส่นม จะไม่ได้ประโยชน์เลย เพียงแค่ได้ประโยชน์ที่น้อยลง( อ่านเพิ่มเติมได้ที่ shorturl.at/lpsFG )  แต่บางร้านก็ประหยัดต้นทุนไปอีกด้วยการเปลี่ยนมาใช้ครีมเทียมในการชงชาไปเลยเพื่อให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น เพราะครีมเทียมสะดวกในการใช้ และเป็นของแห้งทำให้เก็บรักษาไว้ได้นาน

ครีมเทียมโดยทั่วไปจะมีบัตเตอร์ไขมัน 18-30% ในขณะที่นมธรรมดามี  1-2% ครีมเทียมเป็นผลิตภัณฑ์เลียนแบบครีมจากน้ำนมโคที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในบางคนที่ไม่มีเอนไซม์ย่อยน้ำตาลแล็กโทส เมื่อดื่มน้ำนมจึงมีอาการท้องอืดเฟ้อ การใช้ครีมเทียมแทนนมในการชงชาเลยเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ครีมเทียมทำเลียนแบบครีมแท้โดยมาก เกิดจากไขมันจากน้ำมันปาล์ม โปรตีนนมที่แยกออกจากน้ำนมโค น้ำตาลทรายและน้ำ กลับมาผสมรวมกัน แล้วจึงนำไปทำให้แห้งเป็นผงละเอียดส่วนประกอบของครีมเทียม ไขมันจากปาล์มเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด โดยทำให้ครีมเทียมมีสีขาวเมื่อกระจายตัวในน้ำ ให้ความข้น ความมัน ไม่มีคอเลสเตอรอลแต่มีกรดไขมันชนิดอิ่มตัวสูง

ในการเลือกครีมเทียมที่จะมาเติมเต็มชาแก้วโปรดของคุณ แนะนำให้พิจารณาจาก

  1. เข้ากับชาได้ดีใช่มั้ย 2. รสชาติ อร่อยกลมกล่อมไม่เหม็น

ครีมเทียม

เพราะ ครีมเทียมสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ชนิดผงและชนิดเหลว ส่วนประกอบหลักของครีมเทียมชนิดผงจะได้มาจากการแยกส่วนประกอบมาจากน้ำนมดิบโดยตรง จึงทำให้ได้รสชาติของนมที่เข้มข้น กลมกล่อม และหอมหวานอย่างลงตัวเมื่อนำไปผสมกับชา

สำหรับครีมเทียมชนิดเหลวจะไม่ใช่ครีมเทียมในรูปแบบที่มาจากนมแท้ๆ แต่เป็นการผสมสารปรุงแต่งอาหารอย่าง “อิมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier)” ลงในน้ำมันพืช ทำให้ได้ความหนืดและคุณลักษณะใกล้เคียงกับครีมจริง ๆ แทน และแน่นอนว่า ครีมเทียมชนิดเหลวที่ทำจากน้ำมันพืชเพียงอย่างเดียวนี้ ย่อมสัมผัสไม่ได้ถึงรสชาติที่เข้มข้นเท่ากับการใช้ครีมเทียมแบบที่ทำจากน้ำนมดิบจริงๆ จึงไม่เหมาะที่จะใช้ในกรชงชานัก เพราะจะทำให้เสียรสชาติความเข้มข้นของชาเขียว

แม้ว่าครีมเทียมชนิดเหลวบางยี่ห้อก็มีการผสมน้ำนมดิบเข้าไปด้วยเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะผสมลงในปริมาณที่ไม่สูงมากนัก แต่ถ้าต้องการผลิตภัณฑ์ตัวอื่นที่ทำจากน้ำนมแท้ๆ มาใช้แทนครีมเทียม ก็สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อย่างครีมสด นมข้นหวาน หรือนมถั่วเหลืองมาแทนได้ หากใครอยากใช้นมข้นหวานแทนครีมเทียม เพื่อให้ได้รสชาตติชาที่กลมกล่อม แต่เป็นการใช้วัตถุดิบนมแท้ๆ แนะนำเป็นทำนมข้นหวานโฮมเมดแทนการซื้อแบบกระป๋องสำเร็จรูปมา ก็จะช่วยให้ลูกค้าได้บริโภคเครื่องดื่มที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพดียิ่งขึ้น สามารถทำง่ายๆโดยการ ใช้นมสด 2 ถ้วยตวง ต้มกับน้ำตาลทราย 2/3 ถ้วยตวง ไฟอ่อนปานกลาง จนน้ำตาลละลายแล้วหยุดคนน้ำนมทันที หลังจากนั้นเบาไฟลงใช้ไฟอ่อน ๆ เปิดฝาหม้อไว้ เพื่อให้น้ำระเหยออก ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงคนน้ำนมอีก 1 ครั้ง คนให้ทั่ว แล้วตั้งไฟทิ้งไว้นิ่ง ๆ อีก 20 นาที และยังคงเปิดฝาหม้อไว้

หลังจาก 20 นาที เพิ่มไฟขึ้นเป็นความร้อนปานกลาง คนให้ทั่วอีกรอบ ขั้นตอนนี้จะเห็นได้ว่าน้ำนมเริ่มมีสีที่เข้มขึ้นและมีความข้นมากขึ้น เติมเบกกิ้งโซดาลงไปในน้ำนมแล้วก็คนอย่างรวดเร็ว คนต่อไป และเบาไฟลง คนต่ออีกประมาณ 5 นาที แล้วก็ปิดไฟเตา คนต่อจนกระทั่งฟองยุบตัวหมด เป็นอันเสร็จเรียบร้อย สามารถเก็บใส่ขวดโหลอยู่ได้ 2 สัปดาห์

creamer creamer

สิ่งที่ควรระวังในการชงเมนูชาเขียวลาเต้ไม่ให้มีรสฝาด ที่บางคนคาดเดาว่ามาจากกระบวนการการผลิตครีมเทียมที่ไม่ดีนัก หรือเป็นเพราะใช้ไขมันไม่ได้คุณภาพมาทำเลยทำให้มีรสชาติไม่กลมกล่อม แต่จริงๆแล้วรสฝาดดังกล่าวเกิดได้ตั้งแต่ขั้นตอนการสกัดชา ควรใช้น้ำร้อนเดือดจัดกรองชาสลับไป-มา 4 ครั้ง  เมื่อกรองชาเสร็จแล้ว ไม่ควรแช่ผงชาไว้ในน้ำ ให้รีบบีบน้ำชาออกจากน้ำ แต่ก็ควรบีบพอประมาณ ไม่ควรเค้น เมื่อกรองกากชาออกแล้ว ควรรีบใส่ครีมเทียม ในขณะน้ำยังร้อน เพื่อให้ครีมเทียมละลายเข้ากันดีนั่นเอง

ที่มา

https://www.znaturalfoods.com/whole-milk-powder

https://www.wifemamafoodie.com/homemade-oat-milk/

shorturl.at/opyY9

Bromabakery.com

บทความจาก : Fuwafuwa