Login

Register

Login

Register

Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.

เปลี่ยนสวนที่บ้านให้เป็นต้นชาเขียวได้มั้ย?

Share on facebook
Share on twitter
เปลี่ยนสวนที่บ้านให้เป็นต้นชาเขียวได้มั้ย?

เอาใจคนรักชาเขียว กับการทดลองเปลี่ยนสวนที่บ้านให้เป็นต้นชาเขียว เริ่มด้วยการเพาะเมล็ดในถุงพลาสติก ขนาด 6×8 นิ้ว ใส่ดินผสมไว้ในถุง วางเมล็ดชาที่ดี ไว้กลางถุงให้ด้านตาควํ่าลง แล้วกลบเมล็ดด้วยถ่านแกลบหรือทรายผสมขุยมะพร้าวหนาประมาณ 1 นิ้ว ควรมีการพรางแสงให้ร่มเงา และรดนํ้าอย่างสม่ำเสมอในระหว่างเพาะ ที่ต้องเลือกวิธีการเพาะเมล็ดเพราะไม่กินพื้นที่มากสำหรับสวนบ้าน และการขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันมากในประเทศไทยด้วย ต้นชาที่เพาะจากเมล็ดจะมีระบบรากแข็งแรง มีรากแก้วสามารถทนต่อความแห้งแล้งได้ดีนั่นเอง

matcha lover

ปัจจัยที่สำคัญในการปลูกชา  คือ สามารถเจริญได้ไม่ว่าอากาศจะร้อนหรือหนาว ยกเว้นในพื้นที่ที่มีนํ้าแข็ง แะยังมีปัจจัยอื่นๆอีก นั่นคือ

  1. ดินชาจะเจริญงอกงามในดินร่วนที่มีการระบายนํ้าได้ดี เป็นกรดเล็กน้อย มี PH 4.5-6.0 ความลาดชันไม่ควรเกิน 45 องศา
  2. ความชื้นและปริมาณนํ้าฝนควรเป็นพื้นทีที่มีฝนตกสม่ำเสมอตลอดปี ปริมาณนํ้าฝนอย่างตํ่า ควรอยู่ในช่วง 1,140-1,270 มิลลิเมตร/ปี เพราะถ้าขาดนํ้าจะทำ ให้ต้นชาชะงักการเจริญเติบโต ไม่แตกยอด ทำ ให้ผลผลิตลดลงนั่นเอง
  1. อุณหภูมิ ชาสามารถเจริญได้ในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน โดยชาจะเจริญเติบโตดีในช่วงอุณหภูมิระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียสและอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ตลอดปี ทำให้ชาสร้างยอดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
  1. ความสูงจากระดับนํ้าทะเลชาที่ปลูกในพื้นที่สูงตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป มีอากาศเย็นจะทำ ให้ผลผลิตใบชาที่ได้มีคุณภาพสูง ใบชามีกลิ่นและรสชาติดี แต่ปริมาณผลผลิตที่ได้จะตํ่า ส่วนการปลูกชาในที่ตํ่า อากาศค่อนข้างร้อน ชาจะให้ผลผลิตสูงแต่คุณภาพตํ่ากว่าชาที่ปลูกในที่สูง

หลังจากเช็คปัจจัยต่างๆเหล่านี้ครบแล้ว ในทางตรงกันข้ามที่จะเห็นได้ชัดว่า ปัจจัยที่ไม่เหมาะสมในการปลูกชา คือ

  1. ดินชั้นล่างเป็นหิน หรือลูกรัง ทำ ให้ชาหยั่งรากลงไปหาอาหารได้ตื้น
  2. เป็นพื้นที่ที่ไม่มีการระบายนํ้า และ มีหินปูนและมี pH เกินกว่า 6
  3. พื้นที่มีความลาดชันมากเกิน
  4. ดินที่มีอินทรีย์วัตถุน้อย และไม่สามารถเก็บความชุ่มชื้นได้
  5. บริเวณที่มีลมแรง จนไม่สามารถทำ ที่บังลมได้ เพราะต้นชา เป็นพืชที่ต้องการร่มเงาไม้เพื่อบังร่ม และบังลม ช่วยลดอุณหภูมิในช่วงกลางวันลง ลดปริมาณของแสงแดดที่ส่องยังต้นชาโดยตรง ทำ ให้ใบชาสามารถสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น เพราะถ้าต้นชาได้รับแสงแดดจัดเต็มที่โดยตรงจะทำ ให้ใบมีขนาดเล็ก เหลือง หรือทำ ให้เกิดใบไหม้ ใบชาไม่มีการปรุงอาหาร ต้นจะโทรมและตายในที่สุด

การเก็บเกี่ยวชา

การเก็บเกี่ยวชาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะการผลิตชาให้ได้คุณภาพดีนั้น ต้องเริ่มจากใบชาสดที่มีคุณภาพ ใบชาสดที่มีคุณภาพดีที่สุดคือ ใบชาที่เก็บจากยอดชาที่ประกอบด้วย 1 ยอด กับ 2 ใบ การเก็บชาจะเริ่มเก็บยอดชาที่ระดับ 60 เซนติเมตร ในช่วงเดือนมีนาคม จนถึงเดือนพฤศจิกายน โดยเฉลี่ยจะเก็บยอดชา 10 วันต่อครั้ง ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวยอดชาจะอยู่ประมาณ 05.00-14.00 น. การเก็บยอดชาจะต้องไม่อัดแน่นในตะกร้า หรือกระสอบเพราะจะทำ ให้ยอดชาชํ้าและคุณภาพใบชาเสียได้ เนื่องจากความร้อนที่เกิดขึ้นจากการหายใจของใบชานั่นเอง

ส่วนเมล็ดชาที่ดีที่เหมาะกับการปลูก ควรเก็บจากผลชาที่แก่จัดเต็มที่มีสีนํ้าตาล และยังติดบนต้น ไม่ควรเก็บเมล็ดชาที่ร่วงใต้ต้น หลังจากเก็บผลชาที่แก่เต็มที่จากต้นแล้วนำ มากระเทาะเปลือกออกหรือนำ มาใส่กระด้งหรือกระจาด ผึ่งทิ้งไว้ในที่ร่ม ผลชาจะแห้งและแตกเองภายใน 2-3 วัน จากนั้นรีบนำ เมล็ดชาที่ได้ไปเพาะ เนื่องจากเมล็ดชามีปริมาณนํ้ามันภายในเมล็ดสูง ทำ ให้มีอัตราการสูญเสียความงอกเร็วมากก่อนเพาะเมล็ดชาควรนำ เมล็ดที่ได้แช่นํ้าไว้ 12-24 ชั่วโมง เมล็ดชาที่เสียจะลอยนํ้าให้ตัดทิ้งไว้ใช้แต่เมล็ดที่จมนํ้านำไปเพาะต่อไป

หลังจากที่บ้านไหนได้ลองปลูกชาดูเองแล้ว อยากทำเป็นไร่ชาออร์แกนิค ให้ได้ชาที่ปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาว ไม่มีสารเคมีตกค้าง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทำความรู้จักการปลูกชาเขียวแบบออร์แกนิค

ที่มา https://www.japanesegreenteain.com

https://i.pinimg.com/originals/72/ea/da/72eada1447275ef65d7ab82ff6cd381e.jpg

https://www.morimatea.com/

https://www.freepik.com

http://technology-farmmer.blogspot.com/2015/02/blog-post_20.html

บทความจาก : Fuwafuwa